เพียงพอ

posted on 16 Dec 2009 03:20 by yuuhou

แจ๋มเป็นลูกสาวคนเล็ก เธอมักจะได้ในสิ่งที่เธอต้องการเสมอ ด้วยความที่อายุห่างจากพี่ถึง12ปี เธอจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ขณะที่เดินอยู่ในตลาด

"พี่จุ๋ม หนูอยากได้กระโปรงตัวนั้นอ่ะ" เธอดึงชายเสื้อพี่สาวแล้วชี้ไปที่กระโปรงชุดสีชมพูลายดอกไม้ จุ๋มเดินไปหยิบมาดู แต่ราคามันสูงเกินไป

"แจ๋ม พี่ไม่มีตังค์หรอกนะ" ยังไม่ทันที่จะอธิบายอะไร แจ๋มก็ร้องไห้เสียงดัง

"หนูจะเอาอ่ะ หนูจะเอา!" เธอโวยวาย ได้แต่กระทืบเท้าเอานิ้วชี้ไปที่ประโปรงชุดตัวนั้น

คนในตลาดพากันจ้องมองมาที่สองพี่น้องคู่นี้ จุ๋มไม่รู้จะทำเช่นไรให้น้องหยุดร้องจึงหลุดปากพูดไป

"โอเคจ่ะ โอเค พี่ซื้อให้ หยุดร้องนะ หยุดร้อง" แจ๋มได้ยินก็หยุดร้อง มีรอยยิ้มขึ้นมาแทนที่หน้าบูดบึ้งเมื่อสักครู่

ครอบครัวของเธอเริ่มมาจากการทำนา ถึงแม้รายได้ไม่มากนักแต่ก็ยังส่งเสียลูกเรียนสูงๆ เพื่อที่จะได้มีอาชีพที่ดีๆ ไม่ต้องมาลำบาก จุ๋มช่วยพ่อแม่ทำงานมาตลอด เมื่อมีแจ๋มมาเป็นสมาชิกในครอบครัว จุ๋มซึ่งเป็นพี่จำต้องรับภาระหน้าที่หนักกว่าเดิม แจ๋มเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมาก เธอไม่เคยรู้สึกพอกับอะไรเลย อาจเป็นเพราะพ่อแม่คิดจะดูแลเธอให้ดีว่าจุ๋ม อะไรที่จุ๋มไม่เคยได้ แจ๋มจะได้หมด และจุ๋มก็ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจเลย เธอรักน้องสาวมากอะไรที่เธอให้ได้เธอก็จะให้ ตั้งแต่นั้นมาเมื่อแจ๋มไม่ได้อะไรจากพ่อแม่เธอก็จะไปขอร้องอ้อนวอนพี่สาวและเธอก็ได้ทุกครั้ง จุ๋มเรียนจบปริญญาตรี แม่ก็เข้าโรงพยาบาลด้วยโรคมะเร็ง หลังจากนั้น2ปีแม่ก็เสียชีวิต ตอนนี้เธอเหลือพ่อแค่คนเดียวกับน้องสาว พ่อยังคงออกไปทำนาเหมือนเมื่อก่อน ทั้งๆที่เธอก็มีอาชีพเป็นเจ้าของบ้านเช้าหลายหลังดูแลพ่อได้สบายๆ

"พ่อ ออกไปทำนามาอีกแล้วเหรอ" จุ๋มถามด้วยความเป็นห่วง เพราะพ่อก็อายุมากแล้ว

"เอ็งอย่ามาห้ามข้าเลย มันเป็นความสุขของข้า ที่ได้ทำเช่นนี้" พ่อตอบกลับไปแล้วเอามือลูบหัวด้วยความเอ็นดู จุ๋มถอนหายใจแล้วยิ้มตอบ

"พ่อจ๋า หนูอยากได้รองเท้าคู่ใหม่" แจ๋มวิ่งมากอดพ่อ อ้อนจะเอารองเท้า       

"อ่ะ ให้พี่พาไปพรุ่งนี้นะลูก พ่อเหนื่อยแล้ว" ตาสาหยิบแบงค์พัน สองใบออกจากย่ามเก่าๆยื่นให้แจ๋ม จูบเธอที่หน้าผากหนึ่งครั้ง แล้วเดินไปอาบน้ำ ถึงเขาจะมีเงินมากแต่เขาก็ไม่เคยที่จะคิดใช้มันทำอะไรเลย แค่ได้แจกลูกหลานเขาก็มีความสุขแล้ว

เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ตาสาเกิดล้มป่วยนอนอยู่โรงพยาบาล ด้วยสาเหตุที่อายุมากแล้วยังออกไปทำงาน ตากแดดตากลม และมีโรคแทรกซ้อน เย็นวันนั้นจุ๋มและแจ๋มอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการป่วยของพ่อ ตาสานอนนิ่งอยู่บนเตียงห้องไอซิยู  หมออนุญาตให้สองพี่น้องเข้าไปหาพ่อได้ จุ๋มและแจ๋มลงไปนั่งข้างๆเตียงจับมือพ่อของเขาเอาไว้แน่น แจ๋มจ้องมองไปที่เครื่องช่วยหายใจ สัญญาณที่เป็นหยักคลื่นของการเต้นจังหวะหัวใจค่อยๆ หายไป ในที่สุดก็เรียบเป็นเส้นตรง น้ำตาเธอค่อยๆเอ่อล้น และไหลออกมาไม่ขาดสาย

แจ๋มเรียนมัธยมปลายจนจบ พี่ของเธอจึงส่งให้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพฯ เพื่อหวังที่จะให้เธอได้มีงานมีการทำที่ดีๆและแล้ววันหนึ่งแจ๋มก็กลับมาบ้านโดยที่ไม่ได้บอกกล่าว

"พี่จุ๋ม...หนูท้อง" เธอวิ่งไปสวมกอดพี่สาวแล้วร้องไห้ แจ๋มอึ้งกับคำพูดที่น้องเอ่ยออกมา

"ไม่เป็นไร กลับมาอยู่บ้านกับพี่มา" เธอปลอบ ลูบหัวน้องเบาๆ

หลังจากแจ๋มคลอดลูกชายออกมา เธอช่วยพี่สาวทำงาน เงินที่เคยใช้ฟุ่มเฟือย ก็ใช้ให้น้อยลง เมื่อทุกอย่างเริ่มดีขึ้น จุ๋มพี่สาวของเธอก็ได้จากเธอไปด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก แจ๋มไม่เหลือใครแล้วที่จะพึ่งได้ ทรัพย์สมบัติของจุ๋มทุกอย่างกลายมาเป็นของเธอหมด แจ๋มเศร้าเสียใจได้เพียงปีเดียว เธอเริ่มไขว่คว้าทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเสียไป เธอขายที่ดินขายบ้าน เอาเงินไปเที่ยวต่างประเทศ ใช้ชีวิตเสพสุขไปวันๆ ตอนนี้ทุกคนเข้าหาเธอเพราะเงิน เธอมีลูกชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน แจ๋มไม่เคยคิดที่จะเก็บเงินหรือทรัพย์สมบัติไว้เลย ตอนนี้เงินเริ่มร่อยหรอ จนกระทั่งเธอได้รับข่าวจากเพื่อนบ้านว่าลูกชายคนสุดท้องของเธอโดนยิงเสียชีวิตเพราะติดหนี้พนันบอล เธอช็อกมาก เป็นลมสลบไป

หญิงอายุประมาสี่สิบกว่าๆนั่งอยู่หน้าร้านขายอาหารตามสั่งตอนสายๆ สีหน้าเธอดูวิตกกังวล แขนข้างนึ่งของเธอตั้งชันกับโต๊ะ มือกุมหน้าผากเอาไว้

"แหม่ แม่ ลูกขอเงินซื้อขนมได้มั๊ย" เธอสะดุ้งออกจากภวังค์ความคิด ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน หยิบเงินออกมาให้

"ป้าแจ๋ม หลานน่ารักนะ ขอข้าวผัดหมูจานนึง" จิ๊บเด็กในซอยแซว แจ๋มยิ้มให้แล้วลุกเดินไปทำข้าวผัดที่สั่ง

"แม่ ผมไปนะ ฝากเจ้าตัวเล็กด้วย" มีนลูกชายคนเดียวของเธอบอก พร้อมจับแม็คลูกชายอุ้มขึ้นสองมือ

"อยู่กับแหม่แม่นะ พ่อไปทำงานก่อน" เขาวางลูกลงแล้วเดินไปหาแม่

"อย่าทำงานหนักมากนะแม่" มีนจี้เอวแม่ก่อนไป

"เดี๋ยวจะเอาตะหลิวตีให้นี่!" แจ๋มพูดพร้อมหัวเราะ ทำท่าเอาตะหลิวยกขึ้น

"ป่ะคุณ" มีนเรียกภรรยาขึ้นรถแล้วขับออกไป

แจ๋มเอาข้าวไปเสริฟ แล้วหันมาอุ้มหลานชาย

"แหม่แม่  มะไปไหน" หลานชายถาม

"มะ ไปทำงานกับป๋า ลูก" เธอตอบพร้อมเอานิ้วเขี่ยผมที่บังตาหลานออก

"ลูกต้องเป็นเด็กดีไม่ดื้อนะ" เธอหอมหลานชายหนึ่งครั้ง

"คับ แหม่แม่" หลานชายหัวเราะเพราะจั๊กจี้ที่โดนหอม

แจ๋มมีความสุขมากที่ได้ชีวิตปกติกลับมา อาจจะไม่หรูหราฟุ่มเฟือยเหมือนเมื่อก่อน แต่มันทำให้เธอเข้าใจว่า ความรู้สึกเพียงพอมันเป็นเช่นนี้เอง

 

edit @ 16 Dec 2009 10:57:02 by HoshiZora

Comment

Comment:

Tweet

เขียนเองทุกเรื่องอะ
เพราะต้องส่งอาจารย์
^_____^ เหนื่อยเลย sad smile

#4 By YuuHou on 2010-01-09 05:33

ยาวไปขี้เกียจอ่าน open-mounthed smile

แต่อ่านคร่าวๆก็พอเข้าใจอยู่

เขียนเองป่าวเนี่ย?

ถ้าไม่.. ลองเขียนเองดูเลย อุอุ ไม่ยากอย่างที่คิดนะ..

เรามันเด็กอาร์ตง่านอยู่แล้ว เรื่องการสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องใหญ่ big smile

#3 By Milli on 2010-01-03 05:41

^^ confused smile

#2 By YuuHou on 2009-12-16 10:58

พอเพียง และ เพียงพอ

#1 By ขอบฟ้า on 2009-12-16 07:54